คนสุรุ่ยสุร่ายกับนกนางแอ่น
แท็กที่เกี่ยวข้อง
แชร์นิทานเรื่องนี้
ฟังนิทานเรื่องนี้
ภาพประกอบ

เนื้อเรื่อง
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายหนุ่มผู้โชคดีได้รับมรดกมหาศาลจากบิดา แต่ด้วยความที่เป็นคนสุรุ่ยสุร่ายและขาดสติ เขาจึงใช้จ่ายเงินทองราวกับว่ามันเป็นบ่อน้ำที่ไม่มีวันแห้งเหือด เขาจัดงานเลี้ยงหรูหรา ซื้อเสื้อผ้าแพรพรรณราคาแพง และแจกจ่ายทองคำให้แก่คนแปลกหน้าที่เข้ามาประจบประแจง ในเวลาไม่นานนัก คลังสมบัติของเขาก็ว่างเปล่า คฤหาสน์ที่เคยอบอุ่นกลับเงียบเหงา เหลือเพียงเสื้อคลุมเก่าๆ ขาดๆ เพียงตัวเดียวที่ติดตัวเขาไว้กันหนาว
เมื่อถึงปลายฤดูใบไม้ร่วง อากาศเริ่มหนาวเหน็บจนเข้ากระดูก ชายหนุ่มเดินโซซัดโซเซไปตามท้องถนนด้วยความหิวโหยและสำนึกผิดต่อความเขลาของตน ในขณะนั้นเอง เขาแหงนมองขึ้นไปบนฟ้าและเห็นนกนางแอ่นตัวหนึ่งบินวนเวียนอยู่เพียงลำพัง ซึ่งน่าจะเป็นตัวที่ตกค้างจากการอพยพของฝูง ชายหนุ่มตีความการปรากฏตัวของนกตัวนั้นผิดไป เขาตะโกนออกมาด้วยความดีใจว่า 'นกนางแอ่นมาแล้ว! ฤดูใบไม้ผลิมาถึงแล้ว! ดวงอาทิตย์จะกลับมาส่องแสง และโชคลาภของข้าจะต้องกลับคืนมาอย่างแน่นอน'
ด้วยความกระหายอยากได้เงินมาหมุนเวียน เขาจึงหลอกตัวเองว่านกตัวนี้เป็นสัญญาณแห่งความมั่งคั่งที่จะหวนคืนมา เขาคิดว่าเขาคงไม่จำเป็นต้องใช้เสื้อคลุมหนาๆ อีกต่อไป เพราะความอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิคงมาถึงในวันพรุ่งนี้ เขาจึงตัดสินใจถอดเสื้อคลุมตัวสุดท้ายที่มีอยู่ออกไปขายที่ตลาด เพื่อนำเงินเพียงน้อยนิดไปหวังเสี่ยงโชคเริ่มต้นชีวิตใหม่
ทว่าในเช้าวันต่อมา อากาศกลับพลิกผันกลายเป็นความหนาวเย็นจัดอย่างกะทันหัน ลมพัดแรงราวกับหมาป่าที่หิวโหย อุณหภูมิลดต่ำลงจนน้ำแข็งเกาะ นกนางแอ่นตัวนั้นซึ่งบอบบางเกินกว่าจะทนทานต่อลมหนาวที่จู่โจมเข้ามาได้ มันจึงร่วงหล่นลงสู่พื้นดินที่แข็งกระด้างและสิ้นใจตายไป เมื่อชายหนุ่มเดินออกมาเพื่อหวังจะพบกับโชคลาภที่รออยู่ เขากลับพบเพียงซากนกที่แข็งตายอยู่บนพื้น เขาต้องยืนสั่นเทาอยู่ท่ามกลางลมหนาวที่บาดผิวหนัง โดยที่เสื้อคลุมก็ขายไปแล้วและไม่มีโอกาสได้กลับคืนมา เขาจึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเขาได้หลงผิดไปเพียงเพราะเห็นสัญญาณที่ผ่านมาเพียงชั่วคราวเท่านั้น
ข้อคิดสอนใจ
“อย่าด่วนตัดสินใจเพียงเพราะเห็นสัญญาณเพียงเล็กน้อย เพราะอาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่คาดไม่ถึง”


