กระต่ายกับสุนัขล่าเนื้อ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
แชร์นิทานเรื่องนี้
ฟังนิทานเรื่องนี้
ภาพประกอบ

เนื้อเรื่อง
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว กระต่ายตัวหนึ่งวิ่งหนีสุนัขล่าเนื้อมาอย่างสุดกำลัง จนกระทั่งมุมอับและถูกสุนัขตัวนั้นตะครุบไว้ได้ สุนัขล่าเนื้อยืนหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า แววตาของมันฉายแววแห่งชัยชนะในฐานะผู้ล่าที่ทำภารกิจสำเร็จ แต่ในขณะที่สุนัขกำลังจะจัดการกับเหยื่อ กระต่ายตัวน้อยกลับเงยหน้าขึ้นและถามด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงแม้จะมีความหวาดกลัวอยู่เต็มอก
'ท่านสุนัขผู้เก่งกาจ บอกข้าทีเถิด เหตุใดท่านจึงต้องไล่ล่าข้าอย่างเอาเป็นเอาตายเช่นนี้?' กระต่ายถาม 'ท่านไม่เห็นความแตกต่างระหว่างเราหรือ? ท่านวิ่งไล่ล่าข้าเพียงเพราะเป็นหน้าที่และเพื่อความสนุกสนาน แต่ข้าวิ่งหนีเพื่อรักษาชีวิตของข้าเอง ข้าวิ่งด้วยหัวใจที่ต้องการจะมีชีวิตรอด ความเร็วของข้าจึงมาจากสัญชาตญาณที่ลึกซึ้งกว่าท่านหลายเท่านัก'
สุนัขล่าเนื้อชะงักไป มันมองดูเหยื่อตัวเล็กที่ตัวสั่นเทาตรงหน้าและตระหนักถึงความจริงในถ้อยคำนั้น มันถูกขับเคลื่อนด้วยคำสั่งของเจ้านายและการฝึกฝนมาอย่างดี แต่มันขาดแรงจูงใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั่นคือการต่อสู้เพื่อลมหายใจของตนเอง ความกล้าหาญของกระต่ายในยามเผชิญหน้ากับความตายทำให้สุนัขถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง กฎเกณฑ์ตามธรรมชาติที่มันเคยยึดถือดูสั่นคลอนในความรู้สึกของมัน
ในวินาทีที่สุนัขกำลังลังเลใจ กระต่ายก็เห็นโอกาสทอง มันรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายที่เกิดจากสัญชาตญาณการเอาตัวรอด พุ่งตัวลอดหว่างขาของสุนัขอย่างรวดเร็วและหายเข้าไปในพุ่มไม้หนาทึบ สุนัขล่าเนื้อทำได้เพียงยืนงงงวยและละอายใจ มันไม่ได้วิ่งไล่ตามไปอีกต่อไป แต่ยืนฟังเสียงใบไม้ไหวจนกระทั่งกระต่ายลับสายตาไปสู่ความปลอดภัยในป่าลึก
ผู้ล่าได้เรียนรู้ในวันนั้นว่า มีความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ระหว่างผู้ที่ทำตามหน้าที่กับผู้ที่ทำเพื่อรักษาชีวิตของตนเอง สุนัขล่าเนื้อจึงเลิกโอ้อวดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เพราะมันเข้าใจดีแล้วว่า จิตวิญญาณของผู้ที่ต่อสู้เพื่อชีวิตนั้น ยากที่กำลังหรือความเหนือกว่าใดๆ จะเอาชนะได้ง่ายๆ
ข้อคิดสอนใจ
“กำลังใจที่เกิดจากความจำเป็น ย่อมมีพลังเหนือกว่ากำลังที่เกิดจากหน้าที่เพียงอย่างเดียว”


