ชาวนากับนกกระสา
แท็กที่เกี่ยวข้อง
แชร์นิทานเรื่องนี้
ฟังนิทานเรื่องนี้
ภาพประกอบ

เนื้อเรื่อง
ชาวนาคนหนึ่งได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากฝูงนกกระเรียนที่พากันลงมาจิกกินเมล็ดข้าวที่เขาเพาะปลูกไว้ในนาใหม่ๆ ชาวนาจึงตัดสินใจวางตาข่ายผืนใหญ่ไว้ทั่วบริเวณนาด้วยความหวังที่จะจับพวกนกจอมขโมยเหล่านั้นมาลงโทษให้จงได้
เช้าวันรุ่งขึ้น ชาวนาเดินย่องไปยังทุ่งนาของเขาและพบว่าตาข่ายนั้นสั่นไหวอย่างรุนแรง เมื่อเข้าไปใกล้เขาก็พบว่ามีนกกระเรียนจำนวนมากติดตาข่ายอยู่ และท่ามกลางนกเหล่านั้น เขายังพบเจ้านกกระสาตัวหนึ่งติดร่างแหอยู่ด้วย นกกระสาเห็นชาวนาเดินเข้ามาใกล้จึงรีบส่งเสียงร้องขอชีวิตทันที 'ท่านชาวนาผู้ใจบุญ โปรดปล่อยข้าไปเถิด ข้าไม่ใช่พวกนกกระเรียนจอมขโมยเหล่านี้นะ ท่านก็เห็นว่าข้าเป็นนกกระสาผู้มีศีลธรรม มีความกตัญญูต่อพ่อแม่เป็นที่ตั้ง ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อจิกกินข้าวของท่านแม้แต่เมล็ดเดียว โปรดอย่าลงโทษผู้บริสุทธิ์อย่างข้าเพราะความผิดของผู้อื่นเลย'
ชาวนาหยุดนิ่งและพิจารณานกตัวนั้นด้วยความสงสัย 'เจ้าพูดจาได้ไพเราะและดูมีเหตุผลนัก' ชาวนาตอบกลับ 'ข้าเชื่อว่าเจ้าอาจจะเป็นนกที่ดีอย่างที่เจ้าว่า แต่เจ้าลืมคิดไปเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือเจ้ามาทำอะไรอยู่ที่นี่กับพวกนกขโมยเหล่านี้ ในขณะที่พวกมันกำลังทำลายข้าวของข้า เจ้าก็อยู่กับพวกมันและกินข้าวของข้าไปพร้อมกับพวกมันด้วย หากเจ้าเลือกที่จะคบหาสมาคมกับคนพาล เจ้าก็ย่อมต้องได้รับโทษทัณฑ์ไปพร้อมกับพวกเขาด้วยเช่นกัน'
เมื่อพูดจบ ชาวนาก็ไม่ลังเลที่จะจัดการกับนกทั้งหมดตามที่ตั้งใจไว้ ทุ่งนากลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงบทเรียนสำคัญว่า การเลือกคบมิตรนั้นส่งผลต่อชะตากรรมของตนเองอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าผู้นั้นจะกล่าวอ้างความดีงามของตนเองอย่างไร แต่หากยังคงคลุกคลีอยู่กับคนพาล ย่อมยากที่จะได้รับความไว้วางใจหรือรอดพ้นจากผลกรรมที่คนเหล่านั้นก่อขึ้น
ข้อคิดสอนใจ
“คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล”


