ลูกแพะกับหมาป่า
แท็กที่เกี่ยวข้อง
แชร์นิทานเรื่องนี้
ฟังนิทานเรื่องนี้
ภาพประกอบ

เนื้อเรื่อง
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีลูกแพะตัวหนึ่งด้วยความซุกซนและอยากรู้อยากเห็น จึงเผลอเดินห่างออกจากฝูงไปไกลจนถึงชายป่าทึบ ในยามที่แสงตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง ทันใดนั้น เงาร่างขนาดใหญ่ก็น่าเกรงขามก็ปรากฏตัวออกมาจากพุ่มไม้ นั่นคือหมาป่าหิวโซที่มีดวงตาวาวโรจน์ดุจก้อนหินที่ถูกขัดเงา
ลูกแพะรู้ดีว่าตนไม่มีทางวิ่งหนีพ้นหมาป่าผู้หิวโหยตัวนี้ได้ มันจึงตัดสินใจรวบรวมความกล้าและใช้สติปัญญาในการเอาตัวรอด มันหันไปเผชิญหน้ากับหมาป่าแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นคงว่า 'ข้ารู้ดีว่าท่านต้องการจะกินข้า แต่ในเมื่อข้าจะต้องเป็นอาหารมื้อสุดท้ายของท่าน ข้าอยากให้มันเป็นโอกาสที่น่าจดจำ ข้าเคยได้ยินมาว่าท่านเป็นนักดนตรีที่มีพรสวรรค์ยิ่งนัก หากท่านจะกรุณาเป่าขลุ่ยให้ข้าฟังก่อนสักเพลง ข้าคงจะมีความสุขมากที่ได้เต้นรำเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะจบชีวิตลง'
หมาป่าผู้หลงใหลในคำเยินยอและมั่นใจว่าลูกแพะตัวน้อยไม่มีทางหนีไปไหนได้ จึงหลงเชื่อคำหวานนั้น มันหยิบขลุ่ยที่พกติดตัวออกมาแล้วเริ่มบรรเลงเพลงที่มีจังหวะสนุกสนาน เมื่อเสียงดนตรีดังขึ้น ลูกแพะก็เริ่มกระโดดโลดเต้นอย่างร่าเริง กีบเท้าเล็กๆ ของมันกระทบกับพื้นหินเป็นจังหวะที่สอดคล้องกัน หมาป่ารู้สึกภูมิใจในฝีมือตนเองอย่างยิ่ง มันจึงยิ่งเป่าขลุ่ยให้ดังและคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม เสียงขลุ่ยที่หมาป่าบรรเลงกลับดังกังวานไปไกลทั่วหุบเขา มากกว่าที่หมาป่าจะคาดคิดไว้ สุนัขต้อนแกะที่ออกตรวจตราอยู่ในละแวกนั้นได้ยินเสียงดนตรีอันแปลกประหลาด จึงรีบวิ่งตรงมายังทิศทางของเสียง เมื่อหมาป่าเห็นฝูงสุนัขวิ่งตรงมาพร้อมเขี้ยวเล็บที่แหลมคม มันก็ตระหนักได้ทันทีว่าตนเองได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ มันรีบทิ้งขลุ่ยแล้ววิ่งหนีเข้าป่าไปอย่างลนลาน ความหิวโหยถูกแทนที่ด้วยความกลัวตายในทันที ส่วนลูกแพะตัวน้อยเมื่อเห็นโอกาสจึงรีบวิ่งกลับเข้าสู่ฝูงอย่างปลอดภัย โดยที่มันได้เรียนรู้ว่า ปัญญาที่เฉลียวฉลาดสามารถเอาชนะคมเขี้ยวที่น่าเกรงขามได้เสมอ
ข้อคิดสอนใจ
“อย่าหลงเชื่อคำหวานของศัตรู เพราะนั่นคือกับดักที่นำไปสู่หายนะ”


