นกเจย์กับนกยูง
แท็กที่เกี่ยวข้อง
แชร์นิทานเรื่องนี้
ฟังนิทานเรื่องนี้
ภาพประกอบ

เนื้อเรื่อง
ณ ใจกลางป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีนกเจย์ตัวหนึ่งซึ่งรู้สึกไม่พอใจในรูปลักษณ์ของตนเองเป็นอย่างมาก มันมองดูขนสีเทาอมฟ้าที่ดูธรรมดาของตนด้วยความขุ่นเคืองใจและมักจะบ่นเรื่องความเรียบง่ายของตนอยู่เสมอ วันหนึ่งขณะที่มันกำลังหาอาหารอยู่ใกล้ลานกว้าง มันได้พบกับขนหางอันงดงามเปล่งประกายของนกยูงที่ร่วงหล่นอยู่ระหว่างการผลัดขน
ดวงตาของนกเจย์เบิกกว้างด้วยความอิจฉา มันรำพึงกับตัวเองว่า 'คงจะวิเศษเพียงใดหากได้สวมใส่ชุดที่งดงามราวกับราชาเช่นนี้' โดยไม่รอช้า นกเจย์รีบเก็บขนเหล่านั้นมาเสียบไว้ที่ปีกและหางของตน มันเริ่มเดินเชิดหน้าชูตาไปมา พลางมองเงาของตัวเองในลำธารด้วยความหลงใหล มั่นใจว่าตอนนี้ตนเองได้กลายเป็นสัตว์ที่มีชาติกำเนิดสูงส่งแล้ว
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทิ้งชีวิตอันต่ำต้อยไว้เบื้องหลัง นกเจย์จึงบินไปยังทุ่งหญ้าใกล้เคียงซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงนกยูง มันเดินเข้าไปหาพวกนกยูงด้วยท่าทางหยิ่งยโส หวังว่าจะได้รับการต้อนรับเสมือนพี่น้องที่พลัดพราก แต่เหล่านกยูงที่มีสายตาเฉียบคมและสัญชาตญาณอันแม่นยำ กลับมองออกทันทีว่านี่คือการลวงโลก พวกมันรู้ดีว่านกตัวนี้ไม่ใช่พวกเดียวกับตน แต่เป็นเพียงนกธรรมดาที่พยายามแต่งเติมรูปลักษณ์เท่านั้น
พวกนกยูงรู้สึกโกรธเคืองในความโอหังของนกเจย์ จึงพากันรุมจิกขนที่นกเจย์ขโมยมาจนหลุดลุ่ยไปทีละเส้น จนกระทั่งนกเจย์กลับมาอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าและน่าอับอาย เมื่อถูกขับไล่และได้รับความอับอายอย่างที่สุด นกเจย์จึงพยายามบินกลับไปหาฝูงนกเจย์พวกเดียวกัน แต่พวกพ้องที่ได้เห็นพฤติกรรมจอมปลอมของมันต่างก็รังเกียจในความหลงตัวเองนั้น พวกมันปฏิเสธที่จะต้อนรับและพากันจิกตีขับไล่ให้นกเจย์ออกไปจากฝูง
นกเจย์ที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและหนาวเหน็บจึงได้รับบทเรียนอันเจ็บปวดว่า คุณค่าที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ที่เปลือกนอก มันพยายามยกระดับตนเองด้วยการสวมหน้ากากเป็นผู้อื่น แต่กลับต้องสูญเสียมิตรแท้และตัวตนที่แท้จริงไป มันจึงตระหนักได้ว่า แม้รูปลักษณ์ภายนอกอาจจะหลอกตาใครต่อใครได้ชั่วคราว แต่ไม่มีวันที่จะปกปิดธาตุแท้ของจิตใจได้ และการไขว่คว้าหาความงามจอมปลอมนั้น กลับกลายเป็นการทำลายศักดิ์ศรีของตนเองลงจนหมดสิ้น
ข้อคิดสอนใจ
“อย่าพยายามเป็นในสิ่งที่ตนเองมิใช่ เพราะสุดท้ายจะเหลือเพียงความว่างเปล่า”


