หนูเมืองกับหนูนอกเมือง
แท็กที่เกี่ยวข้อง
แชร์นิทานเรื่องนี้
ฟังนิทานเรื่องนี้
ภาพประกอบ

เนื้อเรื่อง
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว หนูเมืองผู้มั่งคั่งและดูสง่างามได้เดินทางไปเยี่ยมญาติของเขาที่อาศัยอยู่ในรูเล็กๆ แสนเรียบง่ายแถบชนบท หนูบ้านนอกให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเต็มที่ เขาแบ่งข้าวโพดแห้ง รากไม้ และน้ำสะอาดจากลำธารให้ญาติของเขารับประทาน หนูบ้านนอกรู้สึกภาคภูมิใจในชีวิตที่สงบสุขและอุดมสมบูรณ์ตามวิถีธรรมชาติของเขา
หนูเมืองเคี้ยวข้าวโพดด้วยอาการกระสับกระส่ายแล้วเอ่ยขึ้นว่า 'ท่านญาติที่รัก ท่านทนอยู่กับชีวิตที่ยากลำบากเช่นนี้ได้อย่างไร? ท่านต้องตรากตรำทำงานหนักเพียงเพื่ออาหารพวกนี้ มากับข้าที่เมืองเถิด ท่านจะได้ลิ้มรสเค้กเนยสดและชีสชั้นเลิศ นอนบนพรมกำมะหยี่นุ่มๆ ตู้กับข้าวของข้ามีสมบัติล้ำค่ามากมายที่ท่านคาดไม่ถึง'
เมื่อถูกหว่านล้อมด้วยคำสัญญาอันหอมหวาน หนูบ้านนอกจึงตัดสินใจติดตามญาติของเขาเข้าสู่ตัวเมือง พวกเขาเดินทางไปถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ในยามดึก หนูเมืองนำทางไปยังชั้นวางของในห้องครัวซึ่งเต็มไปด้วยเศษอาหารจากงานเลี้ยง ทั้งน้ำผึ้ง เยลลี่ และขนมปังรสเลิศ หนูบ้านนอกตื่นตาตื่นใจจนแทบไม่เชื่อสายตา เขาเริ่มเพลิดเพลินกับอาหารมื้อใหญ่ราวกับเป็นราชา
ทันใดนั้น ประตูบานใหญ่ก็เปิดออกพร้อมเสียงดังสนั่น แมวตัวโตปราดเข้ามาในห้อง นัยน์ตาของมันวาวโรจน์ดั่งตะเกียงท่ามกลางความมืด และเล็บแหลมคมของมันกระทบพื้นไม้จนเกิดเสียงน่าสะพรึงกลัว หนูเมืองรีบวิ่งหนีเข้าไปในรอยแตกของกำแพงอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้หนูบ้านนอกต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างทุลักทุเล พวกเขาทั้งสองนั่งตัวสั่นงันงกอยู่ในมุมมืดจนกระทั่งแมวจากไป
'ข้าพอแล้วสำหรับชีวิตในเมืองของท่าน' หนูบ้านนอกกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หัวใจของเขายังคงเต้นไม่เป็นจังหวะ 'อาหารมื้อหรูของท่านไม่คุ้มกับความหวาดกลัวที่ต้องเผชิญเช่นนี้ ข้าขอเลือกกลับไปกินข้าวโพดในทุ่งนาที่แสนสงบของข้าดีกว่า' ด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ เขาจึงกล่าวลาญาติและรีบเดินทางกลับสู่บ้านอันเงียบสงบและปลอดภัยของเขาในชนบท
ข้อคิดสอนใจ
“ความสุขที่เรียบง่ายในความสงบ ย่อมดีกว่าความมั่งคั่งที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง”


