หมีกับนักเดินทางสองคน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
แชร์นิทานเรื่องนี้
ฟังนิทานเรื่องนี้
ภาพประกอบ

เนื้อเรื่อง
นักเดินทางสองคนกำลังเดินไปตามเส้นทางที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่น ทั้งคู่ต่างสัญญาต่อกันว่าจะร่วมทุกข์ร่วมสุขและช่วยเหลือกันไม่ว่าจะเผชิญกับอันตรายใดๆ ในการเดินทางครั้งนี้ ทันใดนั้น หมีตัวมหึมาก็โผล่ออกมาจากพุ่มไม้ ขวางทางพวกเขาด้วยความรวดเร็วและน่าสะพรึงกลัว
ด้วยความหวาดกลัว นักเดินทางคนแรกซึ่งว่องไวรีบปีนขึ้นไปบนต้นไม้สูงและซ่อนตัวอยู่ในกิ่งไม้หนาทึบโดยลืมสหายของเขาไปสนิท เขาไม่ได้หันกลับมามองเพื่อนเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นอย่างไร หรือยื่นมือเข้าไปช่วยให้เขาปีนขึ้นมาด้วย ส่วนนักเดินทางคนที่สองเมื่อรู้ตัวว่าไม่สามารถวิ่งหนีสัตว์ร้ายพ้น จึงตัดสินใจทิ้งตัวลงนอนราบกับพื้นและกลั้นหายใจ แกล้งทำเป็นตาย
หมีเดินเข้ามาใกล้ชายคนนั้น ดมกลิ่นที่หูและใบหน้าด้วยจมูกที่เปียกชื้นและเย็นเฉียบ ชายผู้นั้นนอนนิ่งราวกับหิน เพราะเขาเคยได้ยินมาว่าหมีจะไม่แตะต้องร่างที่ไร้วิญญาณ หลังจากช่วงเวลาที่ยาวนานและทรมาน หมีก็ดูเหมือนจะพอใจว่าชายผู้นั้นตายแล้วจริงๆ มันจึงเดินกลับเข้าป่าไปและหายลับไปในเงามืด
เมื่อสถานการณ์ปลอดภัยแล้ว นักเดินทางที่อยู่บนต้นไม้ก็รีบไถลตัวลงมา ปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าของเขา เขาเดินเข้าไปหาสหายที่กำลังเริ่มขยับตัว แล้วถามด้วยเสียงหัวเราะอย่างประหม่าว่า "ข้าสังเกตเห็นหมีกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูเจ้าอย่างใกล้ชิดทีเดียว มันบอกอะไรเจ้าหรือ?"
นักเดินทางคนที่สองมองเพื่อนของเขาด้วยสายตาที่เย็นชาและแน่วแน่ก่อนจะตอบว่า "หมีได้ให้คำแนะนำที่ชาญฉลาดแก่ข้า มันบอกข้าว่าอย่าได้เชื่อใจเพื่อนที่ทอดทิ้งเจ้าในยามที่มีภัย"
โดยไม่พูดอะไรอีก นักเดินทางคนที่สองก็ลุกขึ้นและเดินเดินทางต่อไปเพียงลำพัง ทิ้งให้เพื่อนผู้เห็นแก่ตัวคนนั้นยืนนิ่งอยู่กับความรู้สึกผิด ความเงียบงันบนเส้นทางนั้นเป็นคำตอบเดียวที่นักเดินทางคนแรกได้รับ ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจอันเจ็บปวดว่าความกล้าหาญที่แท้จริงนั้นพบได้ในความซื่อสัตย์ต่อมิตรสหาย
ข้อคิดสอนใจ
“เพื่อนแท้ย่อมไม่ทอดทิ้งกันในยามยาก”


