นักดูดาว
แท็กที่เกี่ยวข้อง
แชร์นิทานเรื่องนี้
ฟังนิทานเรื่องนี้
ภาพประกอบ

เนื้อเรื่อง
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีนักดูดาวผู้มีความมุ่งมั่นคนหนึ่ง เขาอุทิศเวลาทั้งชีวิตให้กับการเฝ้าสังเกตท้องฟ้ายามค่ำคืน เขาเป็นคนช่างสงสัยและลุ่มหลงในจังหวะการเคลื่อนที่ของดวงดาวรวมถึงความลับโบราณที่ซ่อนอยู่ในกลุ่มดาวต่างๆ ทุกค่ำคืน เขาจะเดินออกไปนอกเมืองโดยแหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟากฟ้าอยู่เสมอ เพื่อจดบันทึกตำแหน่งของดวงดาวลงในกระดาษคู่ใจ
ในเย็นวันหนึ่งที่ท้องฟ้าแจ่มใสเป็นพิเศษ นักดูดาวคนนั้นเดินออกไปในทุ่งนา สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่กลุ่มดาวระยิบระยับที่เขากำลังเฝ้าศึกษามานานหลายสัปดาห์ เขาจดจ่ออยู่กับการเต้นรำของดวงดาวเหล่านั้นมากเสียจนลืมดูเส้นทางที่เท้าเหยียบย่ำไป เขาไม่ได้สังเกตเห็นพื้นดินที่ไม่เรียบ รากไม้ที่พันกัน หรือบ่อน้ำลึกที่เปิดปากบ่อทิ้งไว้ตรงหน้าเลย
ทันใดนั้น ร่างของเขาก็ร่วงหล่นลงไปในบ่อน้ำอย่างแรง น้ำเย็นจัดกระเซ็นขึ้นมาเมื่อเขากระแทกเข้ากับก้นบ่อ ทั้งเจ็บปวดและตกใจ เขาติดอยู่ในปล่องหินที่มืดมิดและแคบ จึงเริ่มร้องขอความช่วยเหลือด้วยเสียงอันดัง ก้องกังวานไปตามผนังบ่อที่เปียกชื้น เขาพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาแต่ผนังบ่อนั้นลื่นและชันเกินกว่าจะปีนป่ายขึ้นไปได้
คนเดินทางผู้หนึ่งผ่านมาได้ยินเสียงร้องจึงรีบวิ่งเข้ามาดู เมื่อชะโงกหน้ามองลงไปในบ่อและเห็นนักดูดาวที่กำลังสั่นสะท้านอยู่ในน้ำ เขาก็เข้าใจสถานการณ์ทันที ชายคนนั้นมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยดวงดาว ก่อนจะหันมามองนักดูดาวในก้นบ่อแล้วกล่าวด้วยความเหนื่อยหน่ายว่า 'ท่านเอ๋ย เหตุใดท่านจึงพยายามไขว่คว้าความลับบนสวรรค์ ในเมื่อท่านยังไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าบนพื้นดินได้เลย'
นักดูดาวผู้เปียกปอนและรู้สึกอับอายไม่มีคำตอบใดๆ เขาตระหนักได้ว่าในขณะที่เขามัวแต่ยุ่งกับการวาดแผนที่ดาราจักรที่ไร้ขอบเขต เขากลับมองข้ามสิ่งที่จำเป็นและสำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิต นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขายังคงรักดวงดาวเช่นเดิม แต่เขาก็ไม่เคยเดินโดยไม่มองเส้นทางข้างหน้าอีกเลย
ข้อคิดสอนใจ
“อย่ามัวแต่สนใจสิ่งที่ไกลตัวจนละเลยความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า”


