ชาวประมงเป่าปี่
แท็กที่เกี่ยวข้อง
แชร์นิทานเรื่องนี้
ฟังนิทานเรื่องนี้
ภาพประกอบ

เนื้อเรื่อง
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชาวประมงผู้หนึ่งเป็นผู้ที่มีความสามารถในการเป่าปี่อย่างไพเราะ วันหนึ่งเขาถือปี่และแหออกไปที่ริมฝั่งทะเลด้วยความหวังอันเปี่ยมล้น เขาขึ้นไปยืนบนโขดหินสูงชันที่มองลงไปเห็นผืนน้ำใสสะอาด เขาคิดในใจว่าหากเขาเป่าปี่ด้วยท่วงทำนองที่อ่อนหวาน ปลาน้อยใหญ่ในทะเลคงจะหลงใหลในเสียงดนตรีจนพากันกระโดดขึ้นมาบนฝั่งเพื่อให้เขาจับได้อย่างง่ายดาย
เขาบรรเลงเพลงอยู่หลายชั่วโมง นิ้วมือขยับพลิ้วไหวไปตามจังหวะเพลงที่แสนไพเราะ แต่ทว่าผืนน้ำกลับเรียบสนิทราวกับกระจก ไม่มีปลาแม้แต่ตัวเดียวที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา แหของเขายังคงว่างเปล่าและแห้งสนิทวางอยู่บนโขดหิน ชาวประมงเริ่มรู้สึกหงุดหงิดใจที่แผนการไม่เป็นไปตามที่คิด เขาจึงตัดสินใจเก็บปี่แล้วหยิบแหขึ้นมาเหวี่ยงลงไปในทะเลด้วยแรงทั้งหมดที่มี
ทันทีที่เขาออกแรงดึงแหขึ้นมา เขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าในแหเต็มไปด้วยฝูงปลาตัวโตที่ดิ้นพล่านไปมานับไม่ถ้วน ขณะที่เห็นปลาเหล่านั้นกระโดดโลดเต้นอยู่บนพื้นทราย ชาวประมงจึงตะคอกใส่พวกมันว่า 'เจ้าพวกปลาโง่! ตอนที่ข้าเป่าปี่ให้ฟัง พวกเจ้ากลับไม่ยอมเต้นรำ แต่พอข้าหยุดเล่น พวกเจ้ากลับมาเต้นระบำกันอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้ได้อย่างไร'
ในวินาทีนั้นเอง ชาวประมงจึงได้ตระหนักว่าเขาเสียเวลาไปทั้งเช้าเพียงเพื่อไล่ตามความคิดเพ้อฝัน แทนที่จะลงมือทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เขาคาดหวังให้ปลาตอบสนองต่ออารมณ์ของเขา แทนที่จะเข้าใจสัญชาตญาณของพวกมัน ปลานั้นย่อมไม่มีหูสำหรับฟังดนตรีและไม่มีความสนใจในท่วงทำนองของมนุษย์ สิ่งเดียวที่พวกมันตอบสนองคือการถูกจับด้วยแหเท่านั้น ชาวประมงจึงเก็บปลาแล้วเดินทางกลับบ้านพร้อมกับบทเรียนล้ำค่าที่ว่า ทุกสิ่งมีเวลาของมัน และเราไม่ควรคาดหวังให้โลกหมุนไปตามความต้องการที่ผิดจังหวะของเรา
ข้อคิดสอนใจ
“ทำสิ่งใดผิดกาลเทศะ ย่อมไม่สัมฤทธิ์ผล”


