ค้างคาวกับพังพอน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
แชร์นิทานเรื่องนี้
ฟังนิทานเรื่องนี้
ภาพประกอบ

เนื้อเรื่อง
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ค้างคาวตัวหนึ่งพลาดท่าตกลงมาบนพื้นดิน และถูกพังพอนตัวหนึ่งตะครุบไว้ได้ทันควัน ค้างคาวผู้หวาดกลัวกลัวตายจึงรีบอ้อนวอนขอชีวิตว่า 'ได้โปรดเถิด อย่ากินข้าเลย ข้าไม่ใช่พีกินนก แต่ข้าเป็นหนู เป็นสัตว์ที่เดินบนดินเช่นเดียวกับเจ้า' พังพอนผู้เกลียดชังนกเข้าไส้จึงเชื่อสนิทใจและยอมปล่อยค้างคาวไปเพราะเห็นว่าเป็นพวกเดียวกัน
ไม่กี่วันต่อมา ค้างคาวตัวเดิมก็ซุ่มซ่ามตกลงมาบนพื้นดินอีกครั้ง คราวนี้เขาถูกพังพอนอีกตัวหนึ่งจับได้ พังพอนตัวนี้เป็นนักล่าหนูตัวยง เมื่อเห็นค้างคาวก็เตรียมจะจับกินเป็นอาหารทันที ค้างคาวจึงร้องตะโกนขึ้นว่า 'เดี๋ยวก่อน! เจ้าจะกินข้าไม่ได้นะ ข้าไม่ใช่หนู แต่ข้าคือนก ข้ามีปีกและสามารถโบยบินไปบนท้องฟ้าได้อย่างอิสระ' พังพอนตัวที่สองซึ่งเกลียดหนูเข้ากระดูกดำ เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะเยาะในความกะล่อนของค้างคาวก่อนจะตอบว่า 'ข้ากินนกมานักต่อนักแล้ว และข้าก็จะกินเจ้าเป็นอาหารอันโอชะในมื้อนี้ด้วย' แล้วพังพอนก็จัดการกับค้างคาวผู้โชคร้ายในทันที
ค้างคาวตัวนี้รอดพ้นจากอันตรายในครั้งแรกมาได้ด้วยการโกหกหลอกลวง แต่ทว่านิสัยที่ไม่มั่นคงและไร้จุดยืนของเขานั้นกลับกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายตนเองในที่สุด หากเขารู้จักรักษาตัวและไม่พยายามเปลี่ยนสถานะไปตามความพึงพอใจของผู้อื่นเพื่อเอาตัวรอดเพียงชั่วคราว เขาก็คงไม่ต้องพบกับจุดจบเช่นนี้
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนที่เปลี่ยนอุดมการณ์หรือคำพูดไปเรื่อยเพื่อหวังเอาตัวรอดในแต่ละสถานการณ์ สุดท้ายแล้วย่อมไม่มีใครเชื่อถือ และความไม่หนักแน่นนั้นเองที่จะกลายเป็นกับดักที่ทำลายชีวิตของตนเอง ดังคำกล่าวที่ว่า คนที่จับปลาสองมือย่อมไม่ได้อะไรเลยสักอย่างเดียว
ข้อคิดสอนใจ
“การเปลี่ยนจุดยืนไปตามสถานการณ์เพื่อเอาตัวรอด มักนำพาความหายนะมาสู่ตนเองในที่สุด”


