ลากับตั๊กแตน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
แชร์นิทานเรื่องนี้
ฟังนิทานเรื่องนี้
ภาพประกอบ

เนื้อเรื่อง
ในวันแดดจัดวันหนึ่ง เจ้าลาตัวหนึ่งซึ่งทำงานหนักมาตลอดทั้งวันได้หยุดพักอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ขณะที่มันกำลังเคลิ้มหลับอยู่นั้น เสียงร้องที่แหลมสูงและดังกังวานของเจ้าตั๊กแตนตัวหนึ่งก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เจ้าลาพยายามอดทนฟังอยู่ครู่หนึ่ง แต่เสียงนั้นกลับดังขึ้นเรื่อยๆ จนมันรู้สึกรำคาญใจเป็นที่สุด ลาจึงเอ่ยปากขอร้องอย่างสุภาพให้ตั๊กแตนช่วยหยุดร้องสักครู่ เพื่อที่มันจะได้พักผ่อนอย่างสงบ
ทว่าเจ้าตั๊กแตนกลับหยิ่งผยองในเสียงของตนเอง มันไม่เพียงแต่ไม่หยุดร้อง แต่ยังแผดเสียงให้ดังขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับเยาะเย้ยเจ้าลาว่าเจ้าเป็นเพียงสัตว์ชั้นต่ำที่ไม่มีหัวใจสุนทรีย์ ไม่รู้จักดื่มด่ำกับบทเพลงอันไพเราะที่ธรรมชาติประทานมาให้ มันยังคงร้องเพลงโชว์พลังเสียงอย่างหลงใหลในตัวเองโดยไม่สนใจความเดือดร้อนของผู้อื่นเลยแม้แต่น้อย
เจ้าลาซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความเฉลียวฉลาดจึงเริ่มเข้าใจว่า การพูดคุยกับสัตว์ที่หลงตัวเองเช่นนี้ไม่มีทางได้ผล มันจึงแกล้งทำเป็นชื่นชมในน้ำเสียงของตั๊กแตนและกล่าวว่า 'โอ้ ช่างเป็นเสียงที่ไพเราะเหลือเกิน ข้าเพิ่งจะรู้ว่าเจ้ามีพรสวรรค์เช่นนี้ เจ้าคงต้องมีเคล็ดลับการดูแลเสียงที่ดีแน่ๆ เจ้ากินอะไรเป็นอาหารหรือ ถึงได้มีเสียงที่กังวานเช่นนี้?'
ตั๊กแตนผู้หลงระเริงในคำยกยอจึงรีบตอบด้วยความภูมิใจว่า 'ข้ากินเพียงน้ำค้างยามเช้าและน้ำหวานจากดอกไม้เท่านั้น มันคือเหตุผลที่เสียงของข้าหวานล้ำเช่นนี้อย่างไรล่ะ'
เจ้าลาจึงยิ้มที่มุมปากแล้วกล่าวว่า 'ถ้าเช่นนั้น ตามข้ามาเถิด ข้ารู้จักทุ่งหญ้าแห่งหนึ่งที่มีดอกไม้บานสะพรั่งและน้ำค้างหยดโตที่สุดเท่าที่เจ้าเคยเห็นมา' ตั๊กแตนที่กำลังหิวโซและหลงในคำลวงจึงกระโดดตามลาไปอย่างไม่ลังเล เมื่อไปถึงทุ่งหญ้า เจ้าลาก็เริ่มก้มหน้าก้มตากินหญ้าอย่างมีความสุข ส่วนเจ้าตั๊กแตนกลับพบเพียงทุ่งหญ้าแห้งแล้งที่ไม่มีน้ำหวานแม้แต่หยดเดียว มันต้องหิวโหยและหมดแรงจากการเดินทางไกล ในขณะที่เจ้าลาได้กินอิ่มหนำสำราญในความเงียบสงบที่มันต้องการมาตลอดทั้งวัน
ข้อคิดสอนใจ
“ความสุขของคนหนึ่งอาจเป็นความทุกข์ของอีกคนหนึ่ง”


