อูฐกับซูส
แชร์นิทานเรื่องนี้
ฟังนิทานเรื่องนี้
ภาพประกอบ

เนื้อเรื่อง
ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อเทพเจ้ายังคงปรากฏกายให้มนุษย์และสรรพสัตว์ได้พบเห็น อูฐตัวหนึ่งรู้สึกไม่พอใจในรูปร่างหน้าตาของตนเองอย่างยิ่ง มันเฝ้ามองดูวัวที่มีเขาอันสวยงามและน่าเกรงขามเดินเล็มหญ้าอยู่ในทุ่งกว้าง ด้วยความอิจฉาริษยาที่สุมอยู่ในใจ อูฐจึงตัดสินใจเดินทางไปเข้าเฝ้าเทพซูสเพื่อร้องขอในสิ่งที่ตนขาดแคลน
เมื่อมาถึงหน้าบัลลังก์ของเทพเจ้า อูฐได้ก้มศีรษะลงมิใช่ด้วยความเคารพ แต่ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า 'ข้าแต่ท่านซูสผู้ยิ่งใหญ่' อูฐกล่าวด้วยเสียงแหบแห้งจากลมทะเลทราย 'โปรดดูวัวตัวนั้นเถิด มันมีเขาที่งดงามและทรงพลัง ส่วนข้ากลับไม่มีสิ่งใดประดับกายเลย ข้าขอวิงวอนให้ท่านประทานเขาที่สง่างามให้แก่ข้าบ้าง เพื่อที่ข้าจะได้ดูองอาจและได้รับการเคารพยำเกรงเช่นเดียวกับมัน'
เทพซูสทรงรับฟังคำอ้อนวอนนั้นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรอบรู้ พระองค์ทรงมองเห็นความโลภที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความต้องการของอูฐ พระองค์จึงถอนหายใจด้วยความเวทนา 'เจ้ามีร่างกายที่ทนทานต่อทะเลทรายอันร้อนระอุ และมีพละกำลังมหาศาลในการบรรทุกสัมภาระหนักข้ามขอบฟ้า นั่นคือพรสวรรค์ที่ข้าประทานให้เจ้าแล้ว' เทพซูสตรัส 'แต่เจ้ากลับไม่รู้จักพอใจในสิ่งที่ตนมี และยังบังอาจริษยาในสิ่งที่ผู้อื่นเป็น ด้วยเหตุนี้ ข้าจะไม่ประทานเขาให้แก่เจ้า แต่ข้าจะลดขนาดหูของเจ้าให้สั้นลง เพื่อเป็นบทเรียนให้เจ้าจงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่'
นับแต่นั้นเป็นต้นมา หูของอูฐก็มีขนาดสั้นและเล็กผิดปกติ เป็นเครื่องเตือนใจถึงความโง่เขลาในคราวนั้น อูฐเดินกลับสู่ทะเลทรายด้วยความสำนึกในใจ มันเข้าใจแล้วว่าการพยายามอยากเป็นในสิ่งที่ตนมิได้เป็นนั้น นอกจากจะไม่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการทำลายสิ่งดีงามที่ตนเองมีอยู่ให้สูญเสียไป สายลมแห่งทะเลทรายพัดผ่านไปพร้อมกับความจริงที่ว่า ผู้ที่ทะยานอยากได้ทุกสิ่ง มักจะสูญเสียแม้กระทั่งสิ่งที่มีอยู่ไปในที่สุด
ข้อคิดสอนใจ
“จงพอใจในสิ่งที่ตนมี เพราะความโลภที่อยากได้ในสิ่งที่ไม่ใช่ของตน มักนำมาซึ่งการสูญเสียสิ่งที่มีอยู่เดิม”


